จังหวัดสกลนครมีพระเถระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบหลายรูป อาทิ พระราชมงคลวชิรารักษ์ หรือหลวงปู่หนูเพชร ปัญญาวุโธ วัดป่าภูมิพิทักษ์ อ.สว่างแดนดิน ศิษย์สายหลวงปู่มั่นและศิษย์เอกหลวงปู่พรหม จิรปุญโญ
พระเทพวชิรรังษี เจ้าคณะจังหวัดสกลนคร (ธรรมยุต) วัดป่าสุทธาวาส, พระเทพสิทธิโสภณ (สุรสีห์ กิตติโสภโณ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 และวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร, หลวงปู่แบน ธนากโร อดีตเจ้าอาวาสวัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังมีพระเถระผู้ใหญ่อีกรูปเป็นพระสายปฏิบัติคือ “พระราชวชิรมงคลมุนี” หรือ “หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล” วัดเทพกัญญาราม ต.ฮางโฮง อ.เมือง จ.สกลนคร หนึ่งในพระป่ากัมมัฏฐานที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา
เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดและเปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่พึ่งของชาวบ้านและสาธุชนโดยทั่วไป มีจิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
ยังมีอายุพรรษามากที่สุดในจังหวัดสกลนคร และเป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายที่ได้อุปัฏฐากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูราพาจารย์สายพระป่า
เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย.2468 แรม 15 ค่ำ เดือน 7 ปีฉลู ที่บ้านหนองถ่านเหนือ ต.ห้วยป่าหวาย อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ครอบครัวมีพี่น้องสามคน เป็นคนสุดท้อง
อายุ 21 ปีเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดหนองถ่านเหนือ ในคณะสงฆ์มหานิกายได้ 1 พรรษาต้องไปเกณฑ์ทหาร และจับได้ใบดํา ตอนนั้นพระมหาทองสุข สุจิตโต เจ้าอาวาสวัดป่าสุทธาวาสขณะนั้นกลับไปเยี่ยมบ้านวัดหนองถ่านเหนือ ได้เล่าปฏิปทาหลวงปู่มั่น และชักชวนให้มาฟังธรรมฝากเป็นศิษย์และขอนิสัย
จึงตัดสินใจเดินทางมาพร้อมกับพระมหาทองสุข เดินทางโดยรถไฟจากสระบุรี ลงรถที่สถานีอุดรธานี พักที่วัดป่าโนนนิเวศน์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังจากนั้นได้มาวัดป่าสุทธาวาสก่อนเข้าพรรษา
เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2490 ได้ญัตติจากมหานิกายมาเป็นธรรมยุต และพระมหาทองสุขขอมอบให้เป็นศิษย์หลวงปู่มั่นไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดป่าหนองผือ
ในช่วงที่บรรพชาเป็นพระใหม่พำนักอยู่วัดป่าบ้านหนองผือกับหลวงปู่มั่น ส่วนพระหนุ่มสมัยนั้น เช่น หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน, พระอาจารย์วัน อุตตโม, หลวงปู่คำพอง ติสโส, หลวงตาแตงอ่อน กัลยาณธัมโม เป็นต้น
ช่วงหลวงปู่มั่นพักรักษาอาการอาพาธที่วัดป่าสุทธาวาสจึงต้องคอยเดินทางไปสลับอุปัฏฐากและเยี่ยมพระมหาทองสุข จนครั้งหนึ่งมีความตั้งใจจะลาสิกขา แต่ด้วยหลวงปู่มั่นล่วงรู้ได้เรียกขึ้นไปว่าสอนอย่างหนัก จึงเกิดความอัศจรรย์ใจ และตั้งสัจจะบวชเป็นพระตลอดอายุขัย จนกระทั่งหลวงปู่มั่นละสังขารลงอย่างสงบ
ต่อมาไปจําพรรษาที่พักสงฆ์บ้านหวายสะนอย 1 พรรษา ไปจําพรรษาที่อําเภอผือ 1 พรรษา แล้วกลับมาจําพรรษาที่หนองผือ 1 พรรษา กระทั่งปี พ.ศ.2496 จําพรรษาวัดเทพกัญญาราม บ้านน้อยจอมศรี จนถึงปัจจุบัน
เป็นผู้มีความเพียรในการปฏิบัติเป็นเลิศ เดินจงกรมและมุ่งมั่นต่อการภาวนา
สหธรรมมิก ประกอบด้วย หลวงตาแตงอ่อน กัลยาณธัมโม, หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป, หลวงปู่ปาน คุตตสติ ฯลฯ
ชีวประวัติจะขอนำมาบอกเล่าเท่าที่สามารถทำได้และที่ได้รับรู้ข้อมูลที่ชัดเจนเท่านั้น อีกทั้งไม่ชอบการเช่าหาซื้อขายเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว แม้แต่รูปภาพก็ไม่ต้องการให้เป็นที่เผยแพร่หรือให้เป็นที่รู้จักเป็นการทั่วไป
เคยบอกศิษย์ว่า “เกศาหรืออะไรก็ตาม ได้ไปแล้วรักษาไม่ได้ ไว้ในที่ไม่ควร เป็นบาป”
ล่าสุด วันที่ 3 มี.ค.2568 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวชิรมงคลมุนี ศรีภาวนานุสิฐ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดเทพกัญญาราม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
แม้จะมีอายุมาก แต่ยังมีสุขภาพแข็งแรง
อย่างไรก็ตาม ด้วยสังขารไม่เที่ยงจึงละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2569 เวลา 05.40 น. ณ โรงพยาบาลวานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร สิริอายุ 101 ปี พรรษา 79
ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของคณะสงฆ์และลูกศิษย์ที่ติดตามเฝ้าอาการ รวมถึงพุทธศาสนิกชนทั่วไป…






